ต่อเนื่องจากคราวที่แล้วที่พูดถึง NIKE FREE มา คราวนี้มาที่เทคโนโลยีที่มีมาเนิ่นนานของไนกี้อย่าง ไนกี้ แอร์ กันบ้างครับ
รองเท้าวิ่งไนกี้ที่จัดอยู่ในประเภท "แอร์" นั้นจริง ๆ ใช้ โฟม Cushlon ที่ส่วนของพื้นรองเท้า ซึ่งถึงแม้จะนุ่มและยืดหยุ่นดีแต่ก็หนักและไม่เด้งเท่าที่นักวิ่งหวังไว้
ผลสรุปก็คือ ไนกี้ตัดโฟมบางส่วนออกไปแทนที่ด้วยถุงลมใส่ก๊าซชนิดพิเศษของไนกี้ แน่นอนว่าทำให้น้ำหนักเบาลงและยังเพิ่มสมรรถนะในการรองรับแรงกระแทกอย่างดี
รองเท้าไนกี้รุ่นต่าง ๆ กัน ก็วางถุงลมนี้ไว้ในที่ ๆ ต่างกัน เช่นที่ส้น หรือที่หน้าเท้า ไม่ก็ทั้งสองอย่างเลย
ไอ้ถุงลม(AirBags) ที่ว่านี้ มี 3 ประเภทด้วยกันคือ: Air, Air Max and Zoom Air.
- Nike Air -> รุ่นสามัญธรรมดา เป็นถุงลมขนาดกลางที่โดยส่วนใหญ่จะถูกจัดให้อยู่ที่บริเวณส้น
- Air Max -> ถุงลมขนาดใหญ่บักเอ้กที่หนามาก และรองรับแรงกระแทกมาก(จนบางครั้งเกินไป จนทำให้เท้ารู้สึกไม่เสถียรเวลาวิ่ง เราคิดว่าไม่น่าจะเหมาะกับการวิ่ง น่าจะใช้ใส่เดินปกติมากกว่า)
- Zoom Air -> ถุงลมขนาดบางสุดที่มีต้นแบบมาจากรองเท้าฟุตบอล มักพบในรองเท้าวิ่งรุ่นที่มีพื้นไม่หนามากและโครงสร้างไม่ซับซ้อน
ตัวอย่างรองเท้าวิ่งไนกี้ที่มี เทคโนโลยี Air
| Nike Pegasus 30 | |
| Nike Zoom Vomero 8 | |
| Nike Zoom Elite | |
| Nike Structure 16 |
นอกจากนี้แล้วก็ยังมีรองเท้าวิ่ง Trail และก็ตัวแข่งของไนกี้บางตัวที่ไม่ได้พูดถึง แต่เราก็มั่นใจว่าแค่นี้ก็ทำให้คุณ รุ้จักรองเท้าวิ่งจากไนกี้เพิ่มมากขึ้นเยอะแล้วล่ะครับ!
แวะเข้ามาดูรองเท้าวิ่ง หรือพูดคุย สอบถามเกี่ยวกับการวิ่ง ได้ที่ร้าน REDRUNSHOP ครับ
http://www.facebook.com/Redrunshop
http://www.facebook.com/Redrunshop
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น